ด่าหนึ่ง ได้สาม อาจารย์ไชยยันต์นัดนี้ได้ใจจริงๆ

ย่างเข้าเดือนหกของทุกปี ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) หรือที่เรียกขานกันทั่วไปว่า “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ก็จะมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อร่วมรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรเมื่อ 76 ปีที่แล้ว ผู้เขียนขอยกข้อความบางตอนใน “ประกาศของคณะราษฎร ฉบับที่ 1 วันที่ 24 มิถุนายน 2475” ที่วิพากษ์วิจารณ์การปกครองในระบอบกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์และให้เหตุผลอย่างชัดเจนถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงการปกครองให้ทันสมัยและเป็นธรรม มาเปรียบเทียบกับวิกฤตการเมืองในปัจจุบัน
       
       
พ.ศ. 2475 พ.ศ. 2551
“ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร” “ยกพวกนักการเมืองบางกลุ่มขึ้นให้
สิทธิพิเศษมากกว่าพลเมือง ถูกกล่าวหาไม่ต้องขึ้นศาล ทำผิดไม่ต้องรับโทษ”
“ปกครองโดยขาดหลักวิชา” “เอาหมอมาคุมเศรษฐกิจ เอาอดีตปลัดฯ ยุติธรรมมาคุมศึกษา..ฯลฯ”
“รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้” “รัฐบาลของนักการเมืองฯ อยู่เหนือกฎหมายอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ-กฎหมายสูงสุดเพื่อตัวเองยังไงก็ทำได้”
“รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส(ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉานไม่นึกว่าเป็นมนุษย์” “รัฐบาลของนักการเมืองฯเห็นประชาชนเหมือนสัตว์เลี้ยงโยนเศษอาหาร(เศษเงิน) มอมเมาเลี้ยงให้เชื่องไว้
เป็นหมูให้เชือด (คะแนนเสียง) เวลาเลือกตั้ง”
“จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แต่เล็กแต่น้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัวถ้าไม่มีเงิน รัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข” “ซื้อขายหุ้นซิกแซกเลี่ยงภาษีเจ็ดหมื่นสามพันล้านเก็บเอาไปเสวยสุขส่วนตัว ภายในครอบครัว อยากได้กิจการของใครที่ทำท่าจะกำไรดี ก็ใช้อำนาจทางการเมืองกลั่นแกล้งฮุบเอามาเป็นของพวกตนดื้อๆ ด้านๆ”
“ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมนี ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว” “ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้นักการเมืองฯโกงมากเช่นนี้ นอกจากประเทศหนึ่งที่ชนในชาตินั้นกำลังจะอยู่ในพันธกิจโค่นล้มรัฐบาลลูกกรอกของอดีตนักการเมืองที่กำลังดิ้นเฮือกสุดท้ายไม่ยอมขึ้นศาล โดยเอาความหายนะประเทศเป็นเดิมพัน”
“กล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน” “อวดอ้างว่า ตัวเองคนเดียวเสียภาษีมากกว่าประชาชนนับหมื่นนับแสน”
“ว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรยังโง่ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกันที่ราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้น ไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังคน” “ว่าประชาชนมีเสียงทางการเมืองได้เฉพาะในวันเลือกตั้ง ที่ประชาชนรู้เท่าไม่ถึงนักการเมืองนั้นไม่ใช่เพราะโง่เป็นเพราะนักการเมืองฯ ปกปิดข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ควบคุมโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ด้วยอำนาจเงินและการข่มขู่โยกย้าย ข้าราชการ เพราะถ้าประชาชนรู้ความจริง ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ จะหูตาสว่างไม่หลงเชื่อง่ายว่าเป็นอัศวินควายดำอีกต่อไป”
“ราษฎรทั้งหลาย พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎรไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง” “ประชาชนพลเมืองทั้งหลาย พึงรู้เถิดว่าประเทศที่เคยเป็นของเรากำลังจะไม่
ใช่ของเรา เพราะนักการเมืองบางพวกกำลังจะขายทุกอย่างที่ขายได้กอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเอง มีบ้านหลายหลังในต่างประเทศ”
“คณะราษฎรเห็นว่า การที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว” “การที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการไม่ให้สภามีอำนาจแต่ฝ่ายเดียว ภาคประชาชนจะต้องเข้มแข็ง จัดการดูแลเรื่องราวสาธารณะร่วมกันหารือกันทุกๆ คน หลายความคิด ดีกว่าแค่ความคิดของนักการเมืองไม่กี่ร้อยคนในสภา”
“ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้นจึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร....ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะได้ชื่อว่าทรยศต่อชาติและก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญ” “ส่วนตำแหน่งประมุขของประเทศนั้นกำลังสงสัยกันว่า บางคนประสงค์จะเป็นเสียเองเหมือนสมัยที่โอลิเวอร์ครอมเวลของอังกฤษ สถาปนาตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการแทนกษัตริย์ที่ถูกตัดหัวไป และดำรงตนอยู่เหนือ กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ทำอะไรได้ตามอำเภอใจเหมือนอย่างใครที่กำลังสั่งให้พวกลูกกรอกนอมินีทำอยู่ สภาผู้แทนราษฎรจะทำอะไรโดยอิสระไม่ได้ ต้องได้ความเห็นชอบจากท่านผู้นำ ถ้าใครไม่ยอมเห็นด้วย ก็จะได้ชื่อว่าทรยศต่อท่านผู้นำ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบุคคลสามัญแต่เดี๋ยวนี้สำคัญตนผิดว่าไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว”

       
       ส่วนข้อความตอนท้ายของประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 วันที่ 24 มิถุนายน 2475 จบลงว่า “คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฎหมาย พึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าหากิน อย่าทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลนของตนเอง”
       
       สุดท้ายนี้ ใครใคร่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำบางคำในข้อความปิดท้ายนี้อย่างไร ก็เชิญตามแต่ความสบายของจินตนาการแต่ละท่าน.

 

โดนกันถ้วนหน้า 555

Comment

Comment:

Tweet

....ระบบตัวแทนที่มาจากระบบการเมืองที่ไม่เข้มแข็ง
....ไม่มีการศึกษาที่เพียงพอ
....ประชาชนไม่พร้อมจะศึกษาทำความเข้าใจ (ไม่ได้โง่แต่มีปัจจัยอื่นที่ต้องคำนึงก่อนเรื่องการเมืองการเลือกตั้ง)
....แล้วจะให้ยื่นอำนาจทุกอย่างในประเทศแก่ระบบตัวแทนเช่นปัจจุบัน
....ย่อมเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงยิ่งนัก!

(ประชาชนทั้งหลายเบื่อการเมืองเพราะการเมืองไม่เห็นหัวประชาชนแต่บังคับประชาชนให้ใช้สิทธิ์....สิทธิ์ที่ประชาชนไม่ได้เป็นคนกำหนด....ไม่ได้ศึกษาไม่ได้ลิขิตด้วยสภาพความต้องการของประชาชนเอง....มึงลากพวกกูออกไปเลือกตั้งในบริบทที่พิกลพิการ....กรุณาอย่าเอาเสียงที่ได้ไปแอบอ้างว่า...."พวกมึงชอบธรรมอีก!!!!")

'block coool!'Hot!

#1 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-06-05 16:00