จาก กระทู้พันทิป (ต้นฉบับจากฐานเศรษฐกิจ)

'ทรัพย์สิน' ยึดพื้นที่สวนลุมไนท์ฯ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2328 05 มิ.ย. - 07 มิ.ย. 2551


สนง.ทรัพย์สินฯ เดินหน้าเข้ายึดพื้นที่ในโครงการสวนลุมไนท์ หลังครบกำหนดส่งมอบคืนพื้นที่ภายใน 30 วัน ล่าสุดเข้ายึดสำนักงานบริษัทพี.คอน.ฯ-อาคาร C1, อาคาร C6, อาคาร A2, ลานจอดรถหน้าบางกอกมอลล์, ลานจอดรถยนต์หน้าอาคาร C6 ด้าน "ไพโรจน์ ทุ่งทอง" ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร ซุ่มเตรียมแผนสำรองเล็งผุดคอมเพล็กซ์ค่า 4 พันล้าน บนที่ดินเช่าการรถไฟฯ ย่านรัชดาฯ พร้อมเตรียมแถลงข่าวเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกันมีการฟ้องร้องผู้บริหารทั้งสองฝ่ายกลับไปกลับมา


จากกรณีที่บริษัทวังสินทรัพย์ จำกัด (ในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) ได้ลงประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่ 16 พ.ค.2551 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับลงวันที่ 19 พ.ค.2551 และหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับลงวันที่ 20 พ.ค. 2551 ว่า ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้ออกหมายจับผู้บริหารของบริษัท พี.คอน. ดีเวลล็อปเม้นท์ (ไทย) จำกัด ในข้อหาขัดหมายบังคับคดีและไม่ออกจากพื้นที่พิพาทตามคำสั่งศาลเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2551 ที่ได้มีคำพิพากษาให้บริษัท พี. คอน.ฯ ในฐานะผู้เช่าและผู้บริหารจัดการโครงการสวนลุมไนท์บาซาร์ ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากพื้นที่บริเวณโรงเรียนเตรียมทหาร (เดิม) และเจ้าพนักงานศาลได้ปิดประกาศแจ้งคำบังคับของศาลให้บริษัท พี. คอน.ฯ และผู้เช่าช่วงทั้งหมดทราบ เพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน และเมื่อครบกำหนดแล้ว บริษัท พี.คอน.ฯ และผู้เช่าช่วงไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ประกอบด้วยนายไพโรจน์ ทุ่งทอง, นายวุฒิชัย ทุ่งทอง, นายเสริฐศิริ โมราเรือง, นางยุพดี ตุ้มทอง, นายสนอง หงส์เวียงจันทร์ และนางสาวโสมย์รัตน์ กาญจนากร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจับกุมตัวเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต่อไป (รายละเอียดตามประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์ดังกล่าว)


อย่างไรก็ดี ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2551 บริษัท พี.คอน.ฯ ได้มีประกาศแก้ข้อกล่าวหาว่านายเสริฐศิริ โมราเรือง จะดำเนินการฟ้องกลับ บริษัท วังสินทรัพย์ฯ เนื่องจากศาลได้มีคำสั่งให้งดการออกหมายจับตั้งแต่วันที่13 พ.ค. 2551 และประกาศที่ออกมาของบริษัท วังสินทรัพย์ฯ ทำให้นายเสริฐศิริ ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากบุคคลที่ทราบข่าว


ต่อเรื่องดังกล่าว นายสมชัย หงส์เวียงจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายขายพื้นที่และกิจกรรมพิเศษ บริษัท บางกอก มาร์เก็ตเพลส จำกัด ในเครือพี.คอน. เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กรณีของนายเสริฐศิริ ศาลได้งดออกหมายจับตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2551 ที่ผ่านมาแต่ปรากฏว่าในวันที่ 16 วันที่ 19 และวันที่ 20 พ.ค.2551 ได้มีประกาศจากบริษัท วังสินทรัพย์ฯลงตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆโดยนายเสริฐศิรินั้นมีอาชีพเป็นทนายความทำให้ได้รับความเสียชื่อเสียงจึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกรณีของผู้บริหารพี.คอนฯท่านอื่นๆ ศาลได้มีคำสั่งให้งดออกหมายจับหลังจากวันที่บริษัท วังสินทรัพย์ฯ ลงประกาศ ซึ่งขณะนี้ นายไพโรจน์ ทุ่งทอง ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และกรรมการแล้ว โดยมีนายวุฒิชัย ทุ่งทอง ซึ่งเป็นเครือญาติเป็นกรรมการผู้จัดการและกรรมการแทน ส่วนนายไพโรจน์ ทุ่งทอง ขณะนี้กำลังเตรียมที่จะเปิดตัวโครงการศูนย์การค้าและความบันเทิงแห่งใหม่ย่านถนนรัชดาฯ บริเวณแยกลาดพร้าวซึ่งได้เช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นรูปเป็นร่างพอสมควรและคาดว่าจะมีการเปิดแถลงข่าวในเร็วๆนี้ มูลค่าโครงการประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาทนายสมชัยกล่าว


ขณะที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กล่าวชี้แจงว่า กรณีของนายเสริฐศิริ โมราเรือง ว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายเสริฐศิริได้มีการประกันตัวต่อศาลและยืนยันว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ศาลจึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ประกาศดังกล่าววังสินทรัพย์ได้ส่งต้นฉบับไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2551 จึงทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ทันแต่สำนักงานทรัพย์สินฯได้ทำประกาศขึ้นอีกฉบับแก้ไขข้อมูลดังกล่าวไปแล้ว โดยขณะนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลได้เข้ายึดและครอบครองพื้นที่อาคารที่ตั้งสำนักงานของบริษัท พี.คอน.ฯแล้วและจะดำเนินการเข้าครอบครองพื้นที่อื่นๆ ตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ต่อไป


ทั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สอบถามไปยังนายเสริฐศิริ โมราเรือง ซึ่งยังดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัท พี.คอน.ฯ ซึ่งปฏิเสธจะตอบคำถามเรื่องการประกันตัวต่อศาลรวมถึงการยืนยันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท โดยได้กล่าวเพียงสั้นๆว่ายังเป็นทนายความให้กับบริษัท พี.คอน.ฯอยู่และได้ให้ทนายความฟ้องกลับบริษัท วังสินทรัพย์ฯไปแล้วเรื่องที่บริษัท วังสินทรัพย์ฯ ได้ทำให้ตนเสียชื่อเสียง ส่วนเรื่องการที่สำนักงานทรัพย์สินฯเข้ายึดและครอบครองพื้นที่อาคารที่ตั้งสำนักงานของบริษัท พี.คอน.ฯนั้น บริษัทเป็นผู้ส่งมอบพื้นที่เอง


ล่าสุด สำนักงานทรัพย์สินฯได้มีประกาศ ลงวัน 30 พ.ค.2551 โดยระบุว่าได้เข้ายึดพื้นที่ในโครงการไนท์บาซาร์อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย อาคารE (สำนักงานโครงการสวนลุมไนท์บาซาร์) อาคาร C1, อาคาร C6, อาคาร A2, ลานจอดรถหน้าบางกอกมอลล์, ลานจอดรถยนต์หน้าอาคาร C6 และจะทำการยึดพื้นที่ตามคำสั่งศาลต่อไป รวมทั้งออกหมายจับกุมบุคคลที่ขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานบังคับคดีจนกว่าจะขนย้ายร้านค้า, ผู้พักอาศัย ออกจากพื้นที่สวนลุมไนท์บาซาร์เสร็จสิ้น

แต่ก็อย่างว่า หมดสัญญานานแล้ว
เห็นว่าจะสร้าง Office Complex ของเครือเซ็นทรัลแทน
พอเป็นที่ที่พัฒนาเป็นเงินเป็นทองขึ้นมาได้
ใครใครก็อยากได้ เซ็นทรัลคงเล็งมานานแล้ว ให้ค่าเช่าสูงกว่าก็ได้ไป
คนเดินดินก็ซวยไป เบื่อห้าง เบื่อคอมเพล็กซ์ อยากมีร้านค้าติดดินๆเดินบ้าง แต่ที่ไม่ใช่ของเรา
ธุรกิจครับธุรกิจ................

Comment

Comment:

Tweet

มันชั่วครับ เห็นคนจนไม่มีค่า ที่ตรงนั้นคือที่ทำมาหากิน สถานที่ท่องเที่ยวให้ฝรั่งมาเห็นวัฒนธรรมไทย มันเคยแคร์ที่ไหนล่ะ แถมเอานักเลงมาไล่อีก ชั่ว นี่หรือถูกต้อง

#1 By เบื่อ (192.168.200.197, 110.77.138.160) on 2011-12-13 21:40